รู้จักตัวเอง กับโลกออนไลน์
ปัจจุบันการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วมาก เราสามารถค้นหาข้อมูลได้ทั่วโลก อยากจะได้อะไร หาได้ทุกอย่างบนโลกออนไลน์ คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องอินเตอร์เน็ทนะครับ เพราะทุกคนย่อมรู้จักกันดี แม้แต่พี่ป้าน้าอาทั้งหลาย แม้แต่เด็กอนุบาลยันวัยสูงอายุก็รู้จักกัน แต่ทุกอย่างย่อมแฝงด้วยธุรกิจครับ สมัยเริ่มมีอินเทอร์เน็ตในไทยกันใหม่ ๆ ธุรกิจออนไลน์ยังไม่เป็นที่แพร่หลายกันมากนัก การซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยระบบธุรกิจ e-commerce หลายคนยังกล้า ๆ กล้ว ๆ กันอยู่ เนื่องจากระบบความปลอดภัยยังพัฒนาไปได้ไม่ไกลพอ แต่ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไปตามยุค ตามสมัยครับ เดี่ยวมีเว็บไซต์มากมายหลายที่ที่ให้คุณสามารถเปิด เปิดร้านค้าออนไลน์ กันได้อย่างฟรี ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่เราจะเปิดร้านค้า online ขึ้นมาสักแห่งหนึ่ง เราก็คงจะต้องมีตัวสินค้าก่อนใช่ไหมล่ะครับ บางคนก็คิดไม่ออกว่าจะขายอะไรกันดีล่ะ แล้วเราจะไปหาสินค้าจากไหนมาขายดีล่ะ ผมมีทางออกให้กับทุกคน ด้วยการทำธุรกิจแบบ affiliate program ก่อนอื่นผมอยากให้ทุกคนรู้จักตัวเองกับโลกออนไลน์กันก่อนว่าเราคุ้นเคยมันมากขนาดไหน
1. ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์
ถ้าอยากทำธุรกิจออนไลน์ ก็จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องมากมายหรอกครับ สามารถใช้โปรแกรม microsoft office เช่น word,exel เป็น สมัครอีเมล์และใช้งานอีเมล์เป็น ท่องอินเตอร์เน็ตเป็น โดยเฉพาะสุดยอดเว็บค้นหาข้อมูลอย่างพี่ google เท่านี้ก็เพียงพอแล้วครับ เพราะยังไงเราก็ต้องใช้ ใครที่พอมีความรู้ในระดับสร้างเว็บไซต์เองได้ก็เป็นการดีเลยครับ สมัยนี้มีโปรแกรมและเครื่องมือทำเว็บไซต์ให้เราได้ใช้กันได้อย่างฟรี ๆ อย่างมากมาย
2. ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ
ธุรกิจออนไลน์มีให้เลือกทำมากมาย ทั้งของไทยและต่างประเทศ ถ้าคุณทำกับต่างประเทศความรู้ด้านภาษาอังกฤษต้องอยู่ในระดับดีพอสมควร แต่ทุกอย่างก็มีทางออกครับ บางตัวมีคนนำมาแปลเป็นเป้นภาษาไทยให้คุณเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ว่าคุณจะสนใจหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นธุรกิจออนไลน์ของไทยเอง ก็สบายเลยครับ
3. เครื่องมือประกอบอาชีพ
พูดง่าย ๆ ได้ว่าเป็นเครื่องมือหากินนั่นเอง เราจะทำธุรกิจออนไลน์ได้เราก็ต้องมีเครื่องมือหากิน ดั่งเช่นอาชีพช่างทั้งหลาย เราก็ต้องมีครับ คือคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ท ใครมีอินเตอร์เน็ทที่บ้าน ยิ่งดีใหญ่ เพราะสมัยนี้ค่าบริการรายเดือนก็ถูกแสนจะถูก ความเร็วก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว
4. ใช้เงินลงทุนมากน้อยแค่ไหน
อันนี้แล้วแต่ประเภทของธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจประเภท affiliate program ส่วนใหญ่จะสมัครทำได้ฟรีคัรบ ธุรกิจเครือข่ายหรือ mlm ส่วนใหญ่แล้วต้องเสียค่าสมัครสมาชิกและซื้อสินค้าใช้เองก่อน แต่สมัยนี้บางตัวใช้เงินลงทุนไม่มากเหมือนแต่ก่อนแล้วครับ อ้อ ลืมบอกไปว่า ต้องลงทุนแรงกายและสมองด้วยนะ
คุ้มมากไหมที่จะลองทำดู ไม่ลองทำเองไม่รู้หรอกครับ ผมเองก็ต้องลองผิด ลองถูก เหมือนกัน สมัยมีเว็บไซต์ที่แนะแนวการทำธุรกิจออนไลน์กันเยอะแล้ว เราสามารถหาข้อมูล
เว็บไซต์ข้อมูลธุรกิจ งานออนไลน์ เคล็ดลับ seo วิธีการหารายได้เสริมจากอินเตอร์เน็ต เช่น ธุรกิจ MLM adsenc amazon กลยุทธ์ในการทำงาน และวิธีการสมัครร่วมทำธุรกิจ
วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วิธีคิดของคนรวย
คุณเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไมคนรวยถึงได้โคตรรวย ทำไมคนจนถึงได้โคตรจน คนธรรมดาแค่พอมีกินมีใช้ แต่ทำไมไม่รวยสักทีหนอ ทั้งๆที่เราก็ทำงานหามรุ่ง หามค่ำกัน ปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวลิขิตให้เราประสบความสำเร็จทางด้านการเงินนั้นก็คือ วิธีคิดที่แตกต่างกันเรื่องเงินทอง หรืออาจจะจริงหนอ ลองคิดกันดู สมมุติแล้วกันทำงานมีเงินเก็บเดือนละ 10,000 บาท 1 ปี 120,000 แล้วเงินล้านบาทล่ะ เราต้องใช้เวลาเก็บถึง 10 ปีเลยหรือ ไม่เบื่อเป็นมนุษย์เงินเดือนกันบ้างเหรอไงครับ วิธีเดียวที่จะช่วยให้เรารวยขึ้นได้ก็คือต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและทัศนคติของเราเสียใหม่ เพราะความคิดเดิม ๆ เป็นอุปสรรคต่อความร่ำรวยครับ จากหนังสือ "ถอดรหัสลับ สมองเงินล้าน" หนังสือดี ๆ ที่คนอยากรวยต้องอ่านกัน ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ แต่อยากแนะนำ มีขายตามร้านหนังสือทั่วไป | |
ชีวิตซ้ำ ๆ ของมนุษย์เงินเดือนก็เป็นแบบนี้แหละ | |
117 ความต่างของวิธีคิดและการกระทำระหว่าง คนรวย คนจน และชนชั้นกลาง 1. คนรวยเชื่อว่า "ฉันกุมชะตาชีวิตของตนเอง" คนจนเชื่อว่า "ฉันถูกลิขิตให้เป็นอย่างนี้" 2. คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะ คนจนเล่นเกมการเงินเพื่อไม่ให้แพ้ 3. คนรวยทุ่มเทเพื่อความรวย คนจนแค่อยากรวย 4. คนรวยคิดการใหญ่ คนจนคิดการเล็ก 5. คนรวยมุ่งความสนใจไปที่โอกาส คนจนมุ่งความสนใจไปที่อุปสรรค 6. คนรวยชื่นชมผู้ร่ำรวยปละประสบความสำเร็จคนอื่น ๆ คนจนชิงชังผู้ร่ำรวยและประสบความสำเร็จ 7. คนรวยคบหาสมาคมกับคนที่มองโลกในแง่ดีและประสบความสำเร็จ คนจนขลุกอยู่กับคนที่มองโลกในแง่ร้ายหรือไม่ประสบความสำเร็จ 8. คนรวยเต็มใจโปรโมทตัวเองและคุณค่าของตนเอง คนจนมองการขายและโปรโมชั่นในแง่ลบ 9. คนรวยมองปัญหาเป็นเรื่องเล็ก คนจนมองปัญหาเป็นเรื่องใหญ่ 10. คนรวยเป็นผู้รับที่ยอดเยี่ยม คนจนเป็นผู้รับที่ยอดแย่ 11. คนรวยเลือกที่จะได้รับเงินตามผลงาน คนจนเลือกที่จะได้รับเงินตามระยะเวลาที่ทำงาน 12.คนรวยเลือก "ทั้งสองทาง" คนจนเลือก "ทางใดทางหนึ่ง" 13. คนรวยสนใจมูลค่าทรัพย์สิน คนจนสนใจแต่รายได้จากการทำงาน 14. คนรวยเก่งเรื่องการบริหารเงิน คนจนเก่งเรื่องการบริหารเงินแบบผิด ๆ 15. คนรวยให้เงินทำงานหนักเพื่อตัวเอง คนจนทำงานหนักเพื่อให้ได้เงิน 16. คนรวยมุ่งไปข้างหน้าแม้จะหวาดกลัว คนจนปล่อยให้ความกลัวหยุดยั้งตนเอง 17. คนรวยเรียนรู้และเติบโตอยู่ตลอดเวลา คนจนคิดว่าตัวเองรู้ดีอยู่แล้ว ปัญหาทุกปัญหามีทางออกเสมอ เพียงแต่คุณมองไม่เห็น หรือเห็นแต่ไม่มองมัน สิ่งเดียวที่ขังคุณไว้ในปัญหาคือความคิดของคุณเอง คนแต่ละคนอาจจะมีไม่เท่ากัน แต่ทุกคนมีทุกอย่างพอในตัวเองที่จะมีชีวิตที่ดีที่สุด อย่างที่ชีวิตควรจะเป็น ชีวิตคนมีกายมีใจไม่ต่างกัน ความต่างอยู่ที่คนๆนั้นจะได้รับบทเรียนพอที่จะจริงใจกับตัวเองในการแก้ปัญหาและสร้างชีวิตใหม่หรือเปล่า หากคุณคือคนหนึ่งที่ต้องการสร้างชีวิตใหม่ กล้าที่จะเปลี่ยนความคิดใหม่ครับ "แค่เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยน" | |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)